อ่านวันละ 1 เคล็ดลับสั้น ๆ

จะมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน

​เคยเป็นไหมครับ? จะเริ่มทำอะไรสักอย่างก็ต้องรอให้ “พร้อมที่สุด” จะเขียนรายงานชิ้นหนึ่งก็แก้ประโยคแรกอยู่ซ้ำๆ เป็นชั่วโมง หรือจะจัดห้องก็ต้องรอวันที่มีเวลาว่างทั้งวัน ผลลัพธ์คืออะไรล่ะครับ? สุดท้ายไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย หรือกว่าจะทำเสร็จก็เหนื่อยล้าเจียนตาย

​ถ้าคุณกำลังเหนื่อยกับการวิ่งไล่ตามความเพอร์เฟกต์ที่ไม่มีอยู่จริง ผมอยากชวนมาเปลี่ยนแนวคิดใหม่เป็น “Done is better than perfect” (ทำเสร็จ ดีกว่าสมบูรณ์แบบ) ซึ่งเป็นคติที่ปลุกปั้นบริษัทระดับโลกอย่าง Meta (Facebook) มาแล้วครับ

ความเพอร์เฟกต์ = ข้ออ้างของการไม่ลงมือทำ

​ในทางจิตวิทยา ความต้องการให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบมักไม่ได้เกิดจากความตั้งใจดีเสมอไป แต่มันคือ “ความกลัว” ที่ปลอมตัวมาครับ กลัวว่าจะทำออกมาได้ไม่ดี กลัวคนอื่นจะตัดสิน กลัวความล้มเหลว สมองเลยสั่งให้เราผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ โดยใช้ข้ออ้างหรูๆ ว่า “ฉันแค่รอความพร้อม”

“งานที่แย่ที่สุดที่มีอยู่จริง ยังมีคุณค่ามากกว่างานที่สมบูรณ์แบบที่อยู่แค่ในหัวของคุณ”

​การปล่อยงานเวอร์ชันแรกที่ “พอใช้ได้” ออกไป แล้วค่อยมาปรับปรุงทีหลัง ดีกว่าการกอดไอเดียที่ยอดเยี่ยมไว้คนเดียวโดยไม่ได้สร้างมันขึ้นมาจริงๆ

3 วิธีฝึกปล่อยมือจากความเพอร์เฟกต์ เพื่อให้ชีวิตก้าวหน้า

​ถ้าอยากสลัดความกลัวแล้วกลายเป็นคนที่ “ทำอะไรก็เสร็จ” ลองเอา 3 เทคนิคนี้ไปใช้ดูครับ:

  • 1. คิดแบบนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (The MVP Concept): เวลาค่ายเกมหรือแอพพลิเคชั่นเขาปล่อยผลิตภัณฑ์ออกมา เขาไม่ได้ปล่อยเวอร์ชันที่ไร้ที่ติครับ เขาปล่อยเวอร์ชันแรก (V 1.0) ที่ใช้งานหลักๆ ได้ออกมาก่อน แล้วค่อยคอยอัปเดต “แพตช์” (Patch) แก้ไขทีหลัง ชีวิตเราก็เหมือนกันครับ ทำรายงาน ทำเพจ หรือเริ่มทำธุรกิจ เอาให้มันรันได้ก่อน แล้วค่อยมาอัปเดตเวอร์ชันชีวิตเราในวันข้างหน้า
  • 2. ใช้กฎ “ลดมาตรฐานลงเหลือ 80%”: จำกฎ 80/20 ได้ไหมครับ? การเค้นงานจาก 80% ให้ไปถึง 100% เต็ม มันต้องใช้พลังงานและเวลาเพิ่มขึ้นมหาศาลเกินความจำเป็น ลองตั้งเป้ากับตัวเองว่า “งานชิ้นนี้ ฉันจะทำแค่ออกมาดีในระดับ 80% พอ” เชื่อไหมครับว่า ในสายตาคนอื่น ระดับ 80% ของคุณมันก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว แถมคุณยังเหลือพลังงานไปทำอย่างอื่นอีกเพียบ
  • 3. ตั้งเดดไลน์ (Deadline) แบบโหดๆ ให้ตัวเอง: ถ้าเราให้เวลาตัวเองทำพรีเซนเตชั่น 5 วัน เราก็จะใช้เวลา 5 วันนั้นไปกับการแต่งสี ปรับฟอนต์ วนไปวนมา (ตามกฎของ Parkinson) ลองบีบเวลาให้ตัวเองเหลือแค่ 2 ชั่วโมง สมองจะเข้าสู่โหมดเอาตัวรอด มันจะตัดรายละเอียดหยุมหยิมที่ไม่จำเป็นออกไป แล้วโฟกัสเฉพาะ “แก่น” ของงานทันที

จำไว้เสมอครับ: ความสมบูรณ์แบบคือศัตรูของความก้าวหน้า ดังนั้น ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากก้าวเล็กๆ ที่บิดๆ เบี้ยวๆ ยังดีกว่าการยืนนิ่งอยู่กับที่เพื่อจัดท่าทางให้สวยงามแต่ไม่ลงมือทำเลยใช่ไหมล่ะครับ!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *